สรวมชีพน้อมศิรเกล้าประนมกรประดิษฐ์
ด้วยกายวจีจิต ประสาน
บังคมองค์ปิยราชประกาศกิรติการ
ทรงยังประโยชน์ผ่าน ประชา
ทรงเลิกทาสสุขมานสราญพระกรุณา
ปวงราษฎร์ประสาธน์พา ภิวัฒน์
ส่งเสริมวิทยการประสานสกลรัฐ
ทั่วไทยไผทพัฒน์ ภิรมย์
เทียบเทียมเท่า ณ ยุโรปและอารยนิยม
ไทยทันวิเทศสม วิศาล
รวมใจไทยและวิเทศนิทัศนประการ
เทอดนาม ธ กล่าวขาน มิขาด
ล้วนเพียบพร้อมจริยานุวัตรวรวิลาศ
ย่อมองค์พระจอมปราชญ์ วิศิษฏ์
ยืนยงยศศิริยิ่งพระมิ่งชนสถิต
เกริกนามเฉลิมนิจ นิรันดร์
:: พื้นที่รวบรวมงานเขียนเก็บเล็กผสมน้อยเป็นไทม์แมชชีนความรู้สึกของวันวาน ::
วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562
พิลาลสพิมพิลา
สถานที่ธรรมดา กลับมีความหมายมากมายขึ้นมา เพราะเติมเต็มด้วยสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำดี ๆ
ลานช้างและใต้ตึก 36 ลานซ้อมละครเคยตั้งอยู่ตรงนั้น บางครั้งก็กลายสภาพเป็นรายการตลกหกฉาก บางคราวเป็นคลับฟรายเดย์ หรือแม้กระทั่งช็อคเอฟเอ็ม แต่ไม่มีครั้งไหนที่ไม่อัดแน่นด้วยความตั้งใจทุ่มเทกับการซ้อมละครแบบเกินร้อยของพวกคุณ
สรรพนาม "พวกคุณ" ฟังดูห่างเหิน ผมใช้เรียกเพราะรู้ว่าโปรเจคท์นี้กินระยะเวลาไม่นานนัก และตำแหน่งหน้าที่ของผมก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนละครเรื่องนี้ทั้งหมด ถ้าปล่อยใจให้ผูกพันมากเกินไป พอละครจบคงมีหลุมเปล่าโหวงผุดโผล่ในใจอีกหลุม เลยอยากวางระยะห่างของหัวใจไว้สักหน่อย
แต่กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอรักพวกคุณหมดหัวใจ ก็ตอนที่แอบน้ำตาไหลตอนละครแสดงวันจริงจบครั้งแรก ขนาดจับงานแค่นิดเดียวยังเป็นไปขนาดนี้ แล้วคนที่ดูแลโปรเจคท์นี้ทั้งหมดมาแต่ต้นล่ะ จะรักและผูกพันกับพวกคุณมากขนาดไหน
มีผู้กำกับคนไหนจำได้รึเปล่านะ ผมเคยพูดว่าเราจะมาสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าในใจคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่สำหรับผม ทุกคนทำสำเร็จแล้ว เพราะผมได้เห็นสิ่งยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันจวบจนวันสุดท้ายที่เราต้องลาจากกัน
พวกคุณทุกคนคือความทรงจำที่ดีที่สุดของผมในปีนี้เลยล่ะ ขอบคุณนะครับ
ลานช้างและใต้ตึก 36 ลานซ้อมละครเคยตั้งอยู่ตรงนั้น บางครั้งก็กลายสภาพเป็นรายการตลกหกฉาก บางคราวเป็นคลับฟรายเดย์ หรือแม้กระทั่งช็อคเอฟเอ็ม แต่ไม่มีครั้งไหนที่ไม่อัดแน่นด้วยความตั้งใจทุ่มเทกับการซ้อมละครแบบเกินร้อยของพวกคุณ
สรรพนาม "พวกคุณ" ฟังดูห่างเหิน ผมใช้เรียกเพราะรู้ว่าโปรเจคท์นี้กินระยะเวลาไม่นานนัก และตำแหน่งหน้าที่ของผมก็เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนละครเรื่องนี้ทั้งหมด ถ้าปล่อยใจให้ผูกพันมากเกินไป พอละครจบคงมีหลุมเปล่าโหวงผุดโผล่ในใจอีกหลุม เลยอยากวางระยะห่างของหัวใจไว้สักหน่อย
แต่กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอรักพวกคุณหมดหัวใจ ก็ตอนที่แอบน้ำตาไหลตอนละครแสดงวันจริงจบครั้งแรก ขนาดจับงานแค่นิดเดียวยังเป็นไปขนาดนี้ แล้วคนที่ดูแลโปรเจคท์นี้ทั้งหมดมาแต่ต้นล่ะ จะรักและผูกพันกับพวกคุณมากขนาดไหน
มีผู้กำกับคนไหนจำได้รึเปล่านะ ผมเคยพูดว่าเราจะมาสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าในใจคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่สำหรับผม ทุกคนทำสำเร็จแล้ว เพราะผมได้เห็นสิ่งยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันจวบจนวันสุดท้ายที่เราต้องลาจากกัน
พวกคุณทุกคนคือความทรงจำที่ดีที่สุดของผมในปีนี้เลยล่ะ ขอบคุณนะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2562
Joker : เราจะเป็นคนปกติได้นานแค่ไหนในโลกที่ป่วยไข้แสนสาหัส
(บันทึกความรู้สึกหลังชมภาพยนตร์ ไม่เปิดเผยเนื้อหาในภาพยนตร์)
หาก The Killing Joke คือคอมิคส์ระดับตำนานที่เปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องตัวละครวายร้าย Joker ไปตลอดกาล ภาพยนตร์ Joker (2019) ก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องในระดับเดียวกัน
Joker ตีความตัวละครคู่ปรับตลอดกาลของอัศวินรัตติกาลออกมาใหม่อีกครั้ง ลงลึกในจิตใจที่เจ็บปวดรวดร้าวแหลกสลายของใครคนหนึ่ง ให้รายละเอียดว่าเพื่อนมนุษย์และสังคมฟอนเฟะแบบไหนกันที่ให้กำเนิดเขาขึ้นมา
หนังใช้เวลาในองก์แรกอย่างเนิ่นนานและเนิบช้า (จนรู้สึกว่าน่าเบื่อ) คงเพื่อให้รู้สึกว่าท่ามกลางมรสุมร้ายยังมีประกายความหวังบางเรื่องให้หัวใจเรายังคงเป็นมนุษย์อยู่ ก่อนที่จะเอาภาพความหวังเหล่านั้นมาเหยียบขยี้ทิ้งทีละเรื่องอย่างไม่ไยดีในองก์ต่อมา เพื่อพาคนดูไปสู่ความบ้าคลั่งในยี่สิบนาทีสุดท้าย แต่เป็นช่วงสุดท้ายที่คนดูคงต้องถามใจตัวเองว่า จริง ๆ แล้วใจเราอยู่ตรงข้ามหรืออยู่ข้างเดียวกับความบ้าคลั่งกันแน่
ในคอมิคส์ The Killing Joke นั้น Joker เคยพูดไว้ว่า "All it takes is one bad day to reduce the sanest man alive to lunacy...Just one bad day." แต่สำหรับเรื่องนี้แม่งไม่ใช่แค่ one bad day แต่เป็น All of your fucking Life เกือบร้อยนาที ซึ่งขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแม้แต่เราเองยังร้องในใจว่า โอ้ย พอแล้วไอ้เหี้ย แค่นี้คนเราก็แหลกสลายมากพอจะบ้าคลั่งได้แล้ว แต่บางที การจะกลายเป็นปีศาจที่ร้ายกาจที่สุดของเมืองโสมมนี้ อาจจะต้องหล่นลงไปในนรกขุมที่ลึกที่สุดเสียก่อน จึงไม่แปลกที่คนดูหลายคนสงสาร หรือเผลอเอาใจช่วยให้เขาปีนกลับมาจากขุมนรก ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไร ไม่ว่าสิ่งที่ Joker ทำจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
ว่าด้วยพล็อต แทบไม่มีอะไรใหม่หรือความเซอร์ไพรส์ใดเลย เรื่องราวของชนชั้น การถูกกดขี่ สังคมที่บีบคั้นคนให้กลายเป็นบ้า หรือตอนจบที่เฉลยตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วว่าสุดท้ายเขาจะกลายเป็นวายร้าย Joker ซึ่งคนทั่วโลกรู้จักกันดี แต่ด้วยการแสดงระดับสุดยอดของ Joaquin Phoenix ก็ทำให้หนังเรื่องนี้ยกระดับเป็นผลงานขึ้นหิ้งได้เลย ถ้าอยากรู้ว่าคนคนเดียวตรึงคนทั้งโรงให้จดจ่อกับเขาได้อย่างไรตลอดสองชั่วโมงก็ต้องลองมาดูจากเรื่องนี้กัน
จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Joaquin Phoenix ที่เราชอบคือแววตาที่โคตรเศร้า เศร้าระดับชิบหายวายวอด แววตาแบบนี้เป็นอาวุธสำคัญของเขามาตั้งแต่เรื่อง Her คือแค่มึงนั่งทอดสายตาเฉย ๆ กูก็จะร้องไห้ตามมึงแล้วเนี่ย ความขัดแย้งกันระหว่างแววตากับเสียงหัวเราะ (และการพยายามกลั้นหัวเราะในหลายฉาก) ยิ่งทำให้การหัวเราะแต่ละครั้งของ Joker ทรงพลังมากขึ้นไปอีก ชนิดที่ว่าทุกครั้งที่เขาเริ่มหัวเราะ ไม่มีใครกล้าหัวเราะตามเลยแม้แต่คนเดียว
อันที่จริงหนังจบไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว แต่นี่ยังไม่ออกจากลานจอดรถเลย (จนยามเดินมาดูสองรอบแล้ว 55) เพราะสิ่งที่ Joker ทิ้งไว้ให้เราคือก้อนความคิดด้านลบที่ทั้งหนัก เหนื่อย กดดัน หดหู่ ดิ่งลงกดทับใจเราจนแทบขยับไม่ได้ ถ้าไม่เขียนอะไรออกมาเสียก่อน กลับไปคงนอนไม่หลับแน่ ๆ ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงไม่น่าจะเหมาะกับคนที่อยากดูอะไรสนุก ๆ เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ส่วนแฟนแบทแมนจะดูหรือไม่ดูก็ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ไปเชื่อมกับจักรวาล DCEU เรื่องใด ๆ แต่ถ้าถามว่าปี 2019 มีหนังเรื่องไหนน่าดูบ้าง เรื่องนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
หาก The Killing Joke คือคอมิคส์ระดับตำนานที่เปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่องตัวละครวายร้าย Joker ไปตลอดกาล ภาพยนตร์ Joker (2019) ก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องในระดับเดียวกัน
Joker ตีความตัวละครคู่ปรับตลอดกาลของอัศวินรัตติกาลออกมาใหม่อีกครั้ง ลงลึกในจิตใจที่เจ็บปวดรวดร้าวแหลกสลายของใครคนหนึ่ง ให้รายละเอียดว่าเพื่อนมนุษย์และสังคมฟอนเฟะแบบไหนกันที่ให้กำเนิดเขาขึ้นมา
หนังใช้เวลาในองก์แรกอย่างเนิ่นนานและเนิบช้า (จนรู้สึกว่าน่าเบื่อ) คงเพื่อให้รู้สึกว่าท่ามกลางมรสุมร้ายยังมีประกายความหวังบางเรื่องให้หัวใจเรายังคงเป็นมนุษย์อยู่ ก่อนที่จะเอาภาพความหวังเหล่านั้นมาเหยียบขยี้ทิ้งทีละเรื่องอย่างไม่ไยดีในองก์ต่อมา เพื่อพาคนดูไปสู่ความบ้าคลั่งในยี่สิบนาทีสุดท้าย แต่เป็นช่วงสุดท้ายที่คนดูคงต้องถามใจตัวเองว่า จริง ๆ แล้วใจเราอยู่ตรงข้ามหรืออยู่ข้างเดียวกับความบ้าคลั่งกันแน่
ในคอมิคส์ The Killing Joke นั้น Joker เคยพูดไว้ว่า "All it takes is one bad day to reduce the sanest man alive to lunacy...Just one bad day." แต่สำหรับเรื่องนี้แม่งไม่ใช่แค่ one bad day แต่เป็น All of your fucking Life เกือบร้อยนาที ซึ่งขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแม้แต่เราเองยังร้องในใจว่า โอ้ย พอแล้วไอ้เหี้ย แค่นี้คนเราก็แหลกสลายมากพอจะบ้าคลั่งได้แล้ว แต่บางที การจะกลายเป็นปีศาจที่ร้ายกาจที่สุดของเมืองโสมมนี้ อาจจะต้องหล่นลงไปในนรกขุมที่ลึกที่สุดเสียก่อน จึงไม่แปลกที่คนดูหลายคนสงสาร หรือเผลอเอาใจช่วยให้เขาปีนกลับมาจากขุมนรก ไม่ว่าจะต้องจ่ายด้วยอะไร ไม่ว่าสิ่งที่ Joker ทำจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
ว่าด้วยพล็อต แทบไม่มีอะไรใหม่หรือความเซอร์ไพรส์ใดเลย เรื่องราวของชนชั้น การถูกกดขี่ สังคมที่บีบคั้นคนให้กลายเป็นบ้า หรือตอนจบที่เฉลยตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วว่าสุดท้ายเขาจะกลายเป็นวายร้าย Joker ซึ่งคนทั่วโลกรู้จักกันดี แต่ด้วยการแสดงระดับสุดยอดของ Joaquin Phoenix ก็ทำให้หนังเรื่องนี้ยกระดับเป็นผลงานขึ้นหิ้งได้เลย ถ้าอยากรู้ว่าคนคนเดียวตรึงคนทั้งโรงให้จดจ่อกับเขาได้อย่างไรตลอดสองชั่วโมงก็ต้องลองมาดูจากเรื่องนี้กัน
จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Joaquin Phoenix ที่เราชอบคือแววตาที่โคตรเศร้า เศร้าระดับชิบหายวายวอด แววตาแบบนี้เป็นอาวุธสำคัญของเขามาตั้งแต่เรื่อง Her คือแค่มึงนั่งทอดสายตาเฉย ๆ กูก็จะร้องไห้ตามมึงแล้วเนี่ย ความขัดแย้งกันระหว่างแววตากับเสียงหัวเราะ (และการพยายามกลั้นหัวเราะในหลายฉาก) ยิ่งทำให้การหัวเราะแต่ละครั้งของ Joker ทรงพลังมากขึ้นไปอีก ชนิดที่ว่าทุกครั้งที่เขาเริ่มหัวเราะ ไม่มีใครกล้าหัวเราะตามเลยแม้แต่คนเดียว
อันที่จริงหนังจบไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว แต่นี่ยังไม่ออกจากลานจอดรถเลย (จนยามเดินมาดูสองรอบแล้ว 55) เพราะสิ่งที่ Joker ทิ้งไว้ให้เราคือก้อนความคิดด้านลบที่ทั้งหนัก เหนื่อย กดดัน หดหู่ ดิ่งลงกดทับใจเราจนแทบขยับไม่ได้ ถ้าไม่เขียนอะไรออกมาเสียก่อน กลับไปคงนอนไม่หลับแน่ ๆ ดังนั้นหนังเรื่องนี้จึงไม่น่าจะเหมาะกับคนที่อยากดูอะไรสนุก ๆ เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ส่วนแฟนแบทแมนจะดูหรือไม่ดูก็ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้ไปเชื่อมกับจักรวาล DCEU เรื่องใด ๆ แต่ถ้าถามว่าปี 2019 มีหนังเรื่องไหนน่าดูบ้าง เรื่องนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2562
เจ้าฟ้าคนเดินดิน ณ ถิ่นมังกร
หมื่นลี้ใต้หล้าฟ้ากว้าง
หมื่นล้านเส้นทางทั่วถิ่น
รอยพระบาท "เจ้าฟ้าคนเดินดิน"
ล้วนประทับหมดสิ้น ณ แดนไกล
หมื่นพันพระราชกรณียกิจ
เชื่อมชีวิตเชื่อมสัมพันธ์แผ่นดินใหญ่
น้ำโขงสายธารแห่งสายใย
ยังน้อยกว่าน้ำพระทัยมิตรไมตรี
ความสัมพันธ์ไทย-จีนจึงแน่นหนัก
เชื่อมร้อยด้วยรักดุจน้องพี่
แสงสว่างทั่วหล้าพระบารมี
คือหนึ่งแสงสุรีย์สุขสำราญ
มิตรภาพจีน-ไทยใช่เพียงพูด
ล้วนพิสูจน์ด้วยย่างก้าว ธ ก้าวผ่าน
ทุกหยาดพระเสโทที่ทรงงาน
คือสายธารอันยิ่งใหญ่เชื่อมไทย-จีน
หมื่นล้านเส้นทางทั่วถิ่น
รอยพระบาท "เจ้าฟ้าคนเดินดิน"
ล้วนประทับหมดสิ้น ณ แดนไกล
หมื่นพันพระราชกรณียกิจ
เชื่อมชีวิตเชื่อมสัมพันธ์แผ่นดินใหญ่
น้ำโขงสายธารแห่งสายใย
ยังน้อยกว่าน้ำพระทัยมิตรไมตรี
ความสัมพันธ์ไทย-จีนจึงแน่นหนัก
เชื่อมร้อยด้วยรักดุจน้องพี่
แสงสว่างทั่วหล้าพระบารมี
คือหนึ่งแสงสุรีย์สุขสำราญ
มิตรภาพจีน-ไทยใช่เพียงพูด
ล้วนพิสูจน์ด้วยย่างก้าว ธ ก้าวผ่าน
ทุกหยาดพระเสโทที่ทรงงาน
คือสายธารอันยิ่งใหญ่เชื่อมไทย-จีน
วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562
Weathering With You : แม่สาวปักตะไคร้/เราต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว
(บันทึกความรู้สึกหลังชมภาพ ยนตร์ ไม่เปิดเผยเนื้อหาสำคัญในภา พยนตร์)
มึน ๆ อึน ๆ หลังออกจากโรงนิดหน่อย แต่น้อยกว่าสมัยดู Your Name ซึ่งอึนกว่านี้แต่ยังว้าว! กับฉากจบ ขณะที่เรื่องนี้เราก็ยิ้มกั บฉากจบ แต่เป็นยิ้มแบบ ฮื่อ นั่นสินะ เราต่างก็โตเป็นผู้ใหญ่กันห มดแล้วใช่ไหม
มาโคโตะ ชินไค ยังคงเก่งเรื่องการนำแนวคิด ชินโตมาขยายและผูกกับพล็อตค วามรักของหนุ่มสาว เรื่องนี้ไม่ได้ขยี้เส้นเรื ่องหลักมากเท่า Your Name และพยายามเปิดทางให้ซับพล็อ ตของตัวประกอบมีบทบาทมากขึ้ น แต่ที่สุดแล้ว พอเข้าสู่องก์สุดท้ายในเรื่ องซึ่งกลับมาโฟกัสที่เส้นเร ื่องหลัก ตัวละครบางตัวก็กลับจมหายไป กับสายน้ำซะเฉย ๆ พอมาถึงฉากจบ ตัวละครอื่นที่ปูเรื่องมาก็ ทำได้แค่กลับมาตบหลังตบบ่าต ัวเอก เฮ้ย เอาน่ะ โอเคแล้วน่ะ ซะอย่างนั้น ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่ชินไคถนัดจริง ๆ ก็คือการเล่าลงลึกในขอบเขตค วามสัมพันธ์ของสองเรา และการเติบโตของตัวละครหลัก มากกว่า
ส่วนที่อยากชมคืองานภาพที่ส วยมาก และที่ยิ่งกว่านั้นคือเพลงป ระกอบในเรื่องไพเราะมาก มากแบบอุทานในใจตลอดเวลาว่า ไอ้เชี่ย เพร๊าาาาะะโว้ยยยย จนต้องมานั่งหาเพลงจากหนังฟ ังอยู่นานสองนานไม่ได้กลับห อซะที แต่ความไพเราะของเพลงบางครั ้งก็กลับเป็นข้อเสีย เมื่อเทียบกับหลาย ๆ ฉากใน Your Name ที่ใช้ 'ความเงียบ' ให้คนดูได้ปล่อยอารมณ์ไปกับ เนื้อหาเอง แต่ในเรื่องนี้ บางจังหวะเหมือนพยายามส่งเพ ลงมาบิ๊ลต์อารมณ์คนดูมากไปห น่อย แต่ช่างแม่งเถอะ ก็เพลงมันเพราะจริง ๆ นี่หว่า 555 แค่คิดว่าเสียค่าตั๋วไปนั่ง ฟังเพลงยังคุ้มแล้ว
สำหรับเรื่องนี้ บางคนอาจจะเก็บเกี่ยวเรื่อง การข้ามผ่านวัย บางคนอาจจะเก็บเกี่ยวเรื่อง ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ยอมแล กด้วยทุกสิ่ง แต่สำหรับเราเก็บเกี่ยวมาได ้แต่ความสิ้นหวัง และจากนี้คือความเศร้าทุกคร ั้งที่แหงนหน้ามองฝอยฝนอนัน ต์ เพราะเราเข้าใจแล้วว่า ความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ใบนี้เป็นอภิสิทธิ์ของคนหนุ ่มสาวเท่านั้น
มึน ๆ อึน ๆ หลังออกจากโรงนิดหน่อย แต่น้อยกว่าสมัยดู Your Name ซึ่งอึนกว่านี้แต่ยังว้าว! กับฉากจบ ขณะที่เรื่องนี้เราก็ยิ้มกั
มาโคโตะ ชินไค ยังคงเก่งเรื่องการนำแนวคิด
ส่วนที่อยากชมคืองานภาพที่ส
สำหรับเรื่องนี้ บางคนอาจจะเก็บเกี่ยวเรื่อง
วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562
ฝอยฝนอนันต์
(1.)
"ฝอยฝนอนันต์อีกแล้ว..."
ผมจำได้เสมอ คำพูดติดปากของพิมเวลาที่ฝนตกติดต่อกันเกินสองวัน ช่วงเวลานั้นเธอมักทำรอยยิ้มหล่นหาย เหม่อมองนอกหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉาบทาด้วยเฉดสีเศร้าหม่น บางครั้งเธอหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนแล้วขีดฆ่าข้อความซ้ำไปมา ราวกับไม่มีถ้อยคำใดจะทดแทนมวลความรู้สึกในขณะนั้นได้ บางคราวผมพยายามจะแกะสลักประติมากรรมใบหน้าสวยโศกนั้นเป็นบทเพลงสักเพลง แต่ไล่นิ้วได้สักพัก เส้นลวดหกสายในมือก็จะออกเสียงเป็นทำนอง Endless Rain ด้วยความเคยชินเสมอ
(2.)
"พวกเราแม่งป่วยว่ะพี่"
อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พิมโพล่งออกมาท่ามกลางสายฝนในวันหนึ่งที่ท้องฟ้าเป็นสีเทา
"หมายความว่าไง"
"พวกนักเขียน กวี ศิลปินห่าเหวอะไรเนี่ยแม่งป่วยเป็นโรคจิตอ่อน ๆ แน่ แค่เห็นฝนตกก็เศร้าจนจะร้องไห้ตามได้"
ผมหัวเราะในลำคอ บรรเลงกีตาร์เป็นทำนองเพลงเศร้าเบาบาง
"เมื่อไรฝนจะหยุดตกนะพี่"
"เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าพายุเข้าวันนี้วันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้คงได้เห็นแดดบ้างล่ะ"
"ไม่ใช่ หนูหมายถึง...เมื่อไรเรื่องแบบนี้มันจะจบลงเสียที"
(3.)
วันนี้ละอองฝนโปรยปรายแต่เช้ามืด ผมงัวเงียขึ้นมาจากเตียง ไข้หวัดทุเลาลงแล้วเพราะยาแรงที่หมอจ่ายให้เมื่อวาน
"คุณช่วยไปส่งตาหนูทีนะ ฉันมีประชุมเช้า"
ประกาศิตจากคุณภรรยา นอกจากจะยึดรถคันใหม่ไปใช้แล้ว ยังส่งให้ผมกับเจ้าเด็กน้อยต้องมาแข่งกันบิดขี้เกียจในรถคันเก่าท่ามกลางรถหรูนับร้อยที่จอดแน่นิ่งบนถนนหน้าโรงเรียน ผมพยายามหมุนวิทยุหาเพลงฟัง ได้ยินแต่เสียงสัญญาณขาดหาย
"หนูไม่ชอบฝนเลยพ่อ...ฝนตกแล้วต้องนั่งในรถน๊านนาน เมื่อยอะ หนูอยากเจอเพื่อนเร็ว ๆ"
"ฮื่อ พ่อก็ไม่ชอบฝน"
"ทำไมคะ"
"บางครั้งเวลาฝนตกก็ทำให้พ่อเศร้า" ผมยิ้มให้ลูก
"ทำไมเศร้าล่ะค้าา" เจ้าลูกตัวแสบทำเสียงยานคาง "พ่อจะไม่ได้เจอเพื่อนเหรอ"
ยังไม่ทันได้ตอบ รถของผมถึงคิวจอดหน้าประตูโรงเรียน เจ้าเด็กน้อยร้องดีใจ เปิดประตูกระโดดโลดเต้นลงจากรถ แต่ก็ไม่ลืมจะหันมาสวัสดีผมก่อนวิ่งปร๋อเข้าโรงเรียน
(4.)
ฝนหยุดตกแล้ว แสงแดดเข้มขึ้นตามเวลา ผมเหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังออฟฟิศ วันนี้คงสายตามเคย ลองหมุนวิทยุอีกครั้ง จู่ ๆ เพลง Endless Rain ก็ดังขึ้นมาห่มคลุมความเงียบในรถ
ชั่วขณะหนึ่ง ผมรู้สึกว่าฝอยฝนอนันต์ของใครบางคนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
"ฝอยฝนอนันต์อีกแล้ว..."
ผมจำได้เสมอ คำพูดติดปากของพิมเวลาที่ฝนตกติดต่อกันเกินสองวัน ช่วงเวลานั้นเธอมักทำรอยยิ้มหล่นหาย เหม่อมองนอกหน้าต่าง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉาบทาด้วยเฉดสีเศร้าหม่น บางครั้งเธอหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนแล้วขีดฆ่าข้อความซ้ำไปมา ราวกับไม่มีถ้อยคำใดจะทดแทนมวลความรู้สึกในขณะนั้นได้ บางคราวผมพยายามจะแกะสลักประติมากรรมใบหน้าสวยโศกนั้นเป็นบทเพลงสักเพลง แต่ไล่นิ้วได้สักพัก เส้นลวดหกสายในมือก็จะออกเสียงเป็นทำนอง Endless Rain ด้วยความเคยชินเสมอ
(2.)
"พวกเราแม่งป่วยว่ะพี่"
อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พิมโพล่งออกมาท่ามกลางสายฝนในวันหนึ่งที่ท้องฟ้าเป็นสีเทา
"หมายความว่าไง"
"พวกนักเขียน กวี ศิลปินห่าเหวอะไรเนี่ยแม่งป่วยเป็นโรคจิตอ่อน ๆ แน่ แค่เห็นฝนตกก็เศร้าจนจะร้องไห้ตามได้"
ผมหัวเราะในลำคอ บรรเลงกีตาร์เป็นทำนองเพลงเศร้าเบาบาง
"เมื่อไรฝนจะหยุดตกนะพี่"
"เห็นพยากรณ์อากาศบอกว่าพายุเข้าวันนี้วันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้คงได้เห็นแดดบ้างล่ะ"
"ไม่ใช่ หนูหมายถึง...เมื่อไรเรื่องแบบนี้มันจะจบลงเสียที"
(3.)
วันนี้ละอองฝนโปรยปรายแต่เช้ามืด ผมงัวเงียขึ้นมาจากเตียง ไข้หวัดทุเลาลงแล้วเพราะยาแรงที่หมอจ่ายให้เมื่อวาน
"คุณช่วยไปส่งตาหนูทีนะ ฉันมีประชุมเช้า"
ประกาศิตจากคุณภรรยา นอกจากจะยึดรถคันใหม่ไปใช้แล้ว ยังส่งให้ผมกับเจ้าเด็กน้อยต้องมาแข่งกันบิดขี้เกียจในรถคันเก่าท่ามกลางรถหรูนับร้อยที่จอดแน่นิ่งบนถนนหน้าโรงเรียน ผมพยายามหมุนวิทยุหาเพลงฟัง ได้ยินแต่เสียงสัญญาณขาดหาย
"หนูไม่ชอบฝนเลยพ่อ...ฝนตกแล้วต้องนั่งในรถน๊านนาน เมื่อยอะ หนูอยากเจอเพื่อนเร็ว ๆ"
"ฮื่อ พ่อก็ไม่ชอบฝน"
"ทำไมคะ"
"บางครั้งเวลาฝนตกก็ทำให้พ่อเศร้า" ผมยิ้มให้ลูก
"ทำไมเศร้าล่ะค้าา" เจ้าลูกตัวแสบทำเสียงยานคาง "พ่อจะไม่ได้เจอเพื่อนเหรอ"
ยังไม่ทันได้ตอบ รถของผมถึงคิวจอดหน้าประตูโรงเรียน เจ้าเด็กน้อยร้องดีใจ เปิดประตูกระโดดโลดเต้นลงจากรถ แต่ก็ไม่ลืมจะหันมาสวัสดีผมก่อนวิ่งปร๋อเข้าโรงเรียน
(4.)
ฝนหยุดตกแล้ว แสงแดดเข้มขึ้นตามเวลา ผมเหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังออฟฟิศ วันนี้คงสายตามเคย ลองหมุนวิทยุอีกครั้ง จู่ ๆ เพลง Endless Rain ก็ดังขึ้นมาห่มคลุมความเงียบในรถ
ชั่วขณะหนึ่ง ผมรู้สึกว่าฝอยฝนอนันต์ของใครบางคนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เรื่องสั้นเรื่องนี้เกิดขึ้นมาเพราะเฌอปราง
ปลายเดือนพฤศจิกายน ณ Yuxi Normal University ชายหนุ่มไกลบ้านผู้เปลี่ยวเ หงาต้องปีนภูเขาขึ้นไปหาข้า วกิน กิจกรรมระหว่างเดินคือไถทวิ ตเตอร์ตามข่าวเฌอปราง ซึ่งช่วงนั้นกิจกรรมหลักของ วงคือการเลือกตั้งเซ็มบัตสึ พออ่านทวิตมากเข้าก็เกิดข้อ สังเกตว่า ทำไมคนที่ใกล้เคียงกับความส มบูรณ์แบบที่สุดในวงอย่างเฌ อปราง เมื่อเข้ามาอยู่ในการเลือกต ั้งของ BNK48 ก็กลับกลายเป็น 'น้องสาวข้างบ้านที่มีความฝัน ' ซึ่งแฟนคลับต้องเข้ามา 'ทำฝันของน้องให้เป็นจริง' เกิดการต่อรองอำนาจขึ้นระหว ่างไอดอลกับแฟนคลับไม่แพ้น้ องคนอื่น ๆ ในวง
หนึ่งในสมมติฐานที่พอจะนึกไ ด้ท่ามกลางอากาศศูนย์องศาคื อ ระดับอำนาจของเฌอปรางไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เธอเป็นอ ยู่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธออยู่ภา ยใต้โครงสร้างอำนาจแบบไหนต่ างหาก
ต้นเค้าไอเดียนี้นำมาสู่งาน สองชิ้น คือ 'เปเปอร์เฌอปราง' บทความที่ไปนำเสนอในศูนย์มา นุษยวิทยา และเรื่องสั้น 'อำนาจ' ที่เข้ารอบพานแว่นฟ้าปีนี้ งานสองชิ้นนี้เป็นข้อพิสูจน ์ว่า หากอาจารย์มหาวิทยาลัยมีเวล าว่างมากพอ (อยู่ที่จีนสอนอย่างเดียว ว่างมาก ๆ) อาจารย์จะไม่มัวแต่เอาเวลาไ ปทำเรื่องไร้สาระ แต่จะมาสร้างสรรค์ผลงานที่ท ำชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย (จริง ๆ แล้วไม่จริงหรอก ว่างแล้วก็เรื่อยเปื่อย สุดท้ายกลับมาเขียนที่ไทยตา มเดดไลน์ทั้งสองเรื่อง 555)
โดยส่วนตัวเรื่องนี้เป็นเรื ่องที่ไม่ค่อยชอบเท่าไร อาจจะเพราะประเด็นมันจริงจั ง พอได้เล่าแล้วก็ตั้งหน้าตั้ งตาเล่า ไม่มีช่องให้ 'เล่น' มากนัก ถ้าเทียบกับงานที่เข้ารอบตอ นปี 60 ซึ่งมีทั้งฉากเข้าพระเข้านา ง ฉากฉายหนังโป๊ออกทีวี ออกชื่อดารา AV อย่างโจ่งแจ้ง (ยอมใจกรรมการที่ให้เข้ารอบ ) งานของปีนี้ดู 'คลีน' ไปเลย ยิ่งตัวเอกผู้เล่าเรื่องเป็ นคนจริงจังตั้งใจ ซีเรียสกับชีวิต เรื่องก็เลยจริงจังไปตามเสี ยงเล่า ขัดกับบุคลิกจริงของคนเขียน ที่เป็นคนกะล่อน ทะลึ่งทะเล้น ปากร้าย ช่างประชดเสียดสีเป็นที่สุด 555
กำลังคิดว่าจะไปต่อแถวสามชั ่วโมงรอจับมือเฌอปรางเพื่อบ อกว่า "เฌอครับ เฌอเป็นแรงบันดาลใจให้พี่สร ้างสรรค์ผลงานหลายเรื่องเลย ครับ" จะดีไหม แต่คิดว่าถ้าได้เจอน้องในระ ยะใกล้พอจะจับมือได้น่าจะเส ียอาการถึงขั้นเป็นลมต่อหน้ าน้องไปเลย ลำบากน้องไปอีก เลยไม่เอาดีกว่า 555
ปล. ปีนี้ส่งบทกวีด้วย แต่ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกแล้ วครับผม อดเป็นกวีไปตามเคย แฮร่
หนึ่งในสมมติฐานที่พอจะนึกไ
ต้นเค้าไอเดียนี้นำมาสู่งาน
โดยส่วนตัวเรื่องนี้เป็นเรื
กำลังคิดว่าจะไปต่อแถวสามชั
ปล. ปีนี้ส่งบทกวีด้วย แต่ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกแล้
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2562
รอยยิ้มของคุณเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก
อายุเพิ่มขึ้นอีกปีแล้วนะคุ ณ ยิ้มกว้าง ๆ ให้เห็นฟันสวย ๆ บ่อย ๆ นะ ผมว่ารอยยิ้มของคุณนับเป็นส ิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโล กได้เลย
วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เฉลิมพระนามพระชนนีพันปีขจร
เฉลิมพระชนม์มงคลสวัสดิ์พิพ ัฒน์พิสิฐ
เฉลิมพระเกียรติองค์สิริกิต ิ์สฤษฎิ์สมร
เฉลิมพระนามพระชนนีพันปีขจร
ถวายพระพรขอพระองค์ทรงพระเจ ริญ
เฉลิมพระเกียรติองค์สิริกิต
เฉลิมพระนามพระชนนีพันปีขจร
ถวายพระพรขอพระองค์ทรงพระเจ
วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2562
อาลัยอาจารย์บุญส่ง
อาจารย์บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ เป็นอาจารย์ที่เด็กอักษรฯ
ศิลปากรทุกคนรู้จักและน่าจะตราตรึงในความทรงจำมากที่สุดคนหนึ่ง
เพราะทุกคนจะต้องเคยผ่านวิชาบังคับ 3 ยำ
(อารยธรรมตะวันตก/อารยธรรมตะวันออก/อารยธรรมไทย : เรียกสั้น ๆ ว่า
ยำตก/ยำออก/ยำไทย) และในวิชาอารยธรรมไทยนี่เองที่เด็กอักษรฯ หลายคนได้
"เปิดหูเปิดตา" กับชุดความเชื่อ/ความจริงหลายเรื่องในสังคมไทย
(หรือบางคนก็เรียกอาการนี้ว่า "เปิดกะลา/เบิกเนตร")
บางคนตกใจเมื่อหมดคาบแรก บางคนเรียนจนจบก็ไม่เชื่อ
บางคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง บางคนชื่นชอบถึงขั้นตามไปเก็บ "(สา)ขาปรัชญา" เป็น 1 ใน 4 สาขาวิชาในใบปริญญาของตน หรือเลือกเรียนเอก/โทปรัชญาเพราะจุดเริ่มต้นจากวิชานี้
ไม่ว่าจะชื่นชอบหรือเฉยชากับวิชาอารยธรรมไทยของอาจารย์
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตั้งคำถามกับชุดความเชื่อที่เป็นแกนหลักของสังคมไทยและกระบวนการ
Critical Thinking คือสมบัติชิ้นสำคัญที่เด็กอักษรฯ
ปีหนึ่งทุกคนได้ติดตัวมาจากการเรียนวิชานี้
สิ่งนี้ทำให้พวกเรารู้จักคิดวิเคราะห์และตั้งคำถามกับชุดความเชื่อ/ความจริง/วาทกรรมทั้งหลายที่ได้พบในอีกสี่ปีตลอดการเรียนปริญญาตรี
และตลอดชีวิตนับจากนั้น
เช้าวันนี้ เด็กอักษรฯ ศิลปากรทุกคนได้ทราบข่าวที่น่าใจหาย (ทั้งที่วันก่อนยังได้อ่านโพสต์ที่อาจารย์เขียนถึงซีรีส์ Hotel Del Luna แล้วก็คิดว่า เออ ถ้าอาจารย์เปิดวิชาปรัชญาจากซีรีส์จะไปขอซิตอินอยู่เลย) ผมเองนอกจากวิชาอารยธรรมไทยแล้วก็ไม่ได้เรียนกับอาจารย์อย่างใกล้ชิด จึงไม่แน่ใจว่าอาจารย์เชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตายอย่างไรบ้าง แต่เมื่อวันนี้มาถึงก็ขอให้อาจารย์ได้สมหวังตามความเชื่อของอาจารย์นะครับ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอาจารย์ ภาควิชาปรัชญา และคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่สูญเสียบุคลากรผู้ทรงคุณค่าไปครับ
เช้าวันนี้ เด็กอักษรฯ ศิลปากรทุกคนได้ทราบข่าวที่น่าใจหาย (ทั้งที่วันก่อนยังได้อ่านโพสต์ที่อาจารย์เขียนถึงซีรีส์ Hotel Del Luna แล้วก็คิดว่า เออ ถ้าอาจารย์เปิดวิชาปรัชญาจากซีรีส์จะไปขอซิตอินอยู่เลย) ผมเองนอกจากวิชาอารยธรรมไทยแล้วก็ไม่ได้เรียนกับอาจารย์อย่างใกล้ชิด จึงไม่แน่ใจว่าอาจารย์เชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตายอย่างไรบ้าง แต่เมื่อวันนี้มาถึงก็ขอให้อาจารย์ได้สมหวังตามความเชื่อของอาจารย์นะครับ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอาจารย์ ภาควิชาปรัชญา และคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรที่สูญเสียบุคลากรผู้ทรงคุณค่าไปครับ
วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ลำดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแล้ว
ลำดวนเอ๋ยจะด่วนไปก่อนแล้ว
เกดแก้วพิกุลยี่สุ่นสี
จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี
จำปีเอ๋ยกี่ปีจะมาพบ
บทครวญลาสั่งเรือนคราวที่ขุนแผนพานางพิมหนีนั้นบ่งบอกลักษณะนิสัยของนางพิมได้หลายอย่าง คนที่อาลัยลากระทั่งดอกไม้ในเรือนชาน จิตใจต้องละเอียดอ่อนขนาดไหน คนเช่นนี้จะรู้สึกอย่างไรกับความผูกพันที่เกิดขึ้นในบ้านหลังหนึ่ง ไม่ว่าจะดอกไม้ที่เคยตัดแต่งรดน้ำ สัตว์เลี้ยงที่เคยป้อนข้าวปลาอาหาร บรรดาบ่าวไพร่บริวารที่คอยช่วยเหลือเลี้ยงดูกันมายาวนาน ไม่เคยทิ้งกันยามทุกข์ยากจนเห็นน้ำใจกันหมดแล้ว เมื่อวันหนึ่งนางต้องเผชิญหน้ากับคำขาดจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน คนเช่นนี้จะหันหลังทำเหมือนว่าเรื่องราวสิบกว่าปีในบ้านขุนช้างไม่เคยเกิดขึ้นได้หรือเปล่า?
เกดแก้วพิกุลยี่สุ่นสี
จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี
จำปีเอ๋ยกี่ปีจะมาพบ
บทครวญลาสั่งเรือนคราวที่ขุนแผนพานางพิมหนีนั้นบ่งบอกลักษณะนิสัยของนางพิมได้หลายอย่าง คนที่อาลัยลากระทั่งดอกไม้ในเรือนชาน จิตใจต้องละเอียดอ่อนขนาดไหน คนเช่นนี้จะรู้สึกอย่างไรกับความผูกพันที่เกิดขึ้นในบ้านหลังหนึ่ง ไม่ว่าจะดอกไม้ที่เคยตัดแต่งรดน้ำ สัตว์เลี้ยงที่เคยป้อนข้าวปลาอาหาร บรรดาบ่าวไพร่บริวารที่คอยช่วยเหลือเลี้ยงดูกันมายาวนาน ไม่เคยทิ้งกันยามทุกข์ยากจนเห็นน้ำใจกันหมดแล้ว เมื่อวันหนึ่งนางต้องเผชิญหน้ากับคำขาดจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน คนเช่นนี้จะหันหลังทำเหมือนว่าเรื่องราวสิบกว่าปีในบ้านขุนช้างไม่เคยเกิดขึ้นได้หรือเปล่า?
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562
ความรู้สึกเกี่ยวกับความทรงจำ
สิ่งที่คนเขียนบทจำเป็นต้อง รู้เกี่ยวกับตัวละคร ไม่ใช่รายละเอียดแห้งแล้งผิ วเผินอย่างหน้าตา ฐานะการศึกษา ฯลฯ แต่คือ "ความรู้สึกเกี่ยวกับความทร งจำ" ต่างหาก
การจะรู้จักและเข้าใจตัวละค รอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การรู้ว่า "เคยเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก ับเขาบ้าง" แต่คือ "เขารู้สึกอย่างไรต่อเหตุกา รณ์นั้น" ฉะนั้นถ้าคุณอยากตั้งคำถามอ ะไรกับตัวละคร จงอย่าถามว่าเขาจบมาจากโรงเ รียนไหน ชีวิตครอบครัวเป็นอย่างไร แต่ลองถามว่าเหตุการณ์ไหนในชีวิตที่ทำ ให้เขารู้สึกอับอายมากที่สุ ด อะไรคือเรื่องเลวร้ายที่สุด ที่เคยเกิดขึ้นกับเขา เคยทนไม่ไหวจนต้องร้องไห้น้ ำตาทะลักในที่สาธารณะหรือเป ล่า
สิ่งที่คนเขียนบทจะต้องดึงอ อกมาจากตัวละครให้ได้นั้นไม ่ใช่แค่ "ข้อมูลในอดีต" แต่คือ "อารมณ์และความรู้สึกต่อสิ่ งที่เขาเคยประสบมา" เพราะอารมณ์และความรู้สึกเฉ พาะตัวนั้นต่างหากที่ตัวละค รจะพกพามาสู่แต่ละฉากแล้วมี ปฏิกิริยาต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ได้พบในปัจจุบัน จนทำให้ชีวิตของเขามีสีสันใ นแบบที่ไม่ซ้ำใคร
(Frank Pierson : นักเขียนบทและผู้กำกับชาวอเ มริกัน)
การจะรู้จักและเข้าใจตัวละค
สิ่งที่คนเขียนบทจะต้องดึงอ
(Frank Pierson : นักเขียนบทและผู้กำกับชาวอเ
วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
พิมพิลาไลย
ไม่ได้อยากเห็นตัวละครที่ถู กสร้างตามแบบแผนในวรรณคดี (แบบที่เค้าเล่า ๆ กันมา) แต่อยากเห็นมนุษย์คนหนึ่งซึ ่งหวานซึ้งดูดดื่มกับรักแรก ที่ไม่เคยเลือนราง มนุษย์คนหนึ่งซึ่งเคยเรียนร ู้ ผิดพลาด เจ็บปวด อ่อนไหว ครวญคร่ำร่ำไห้ ยึดยื้อและปล่อยวางบางห่วงโ ซ่ความสัมพันธ์ที่รัดรึงร้า วใจ มนุษย์คนหนึ่งซึ่งใช้เวลาค่ อนชีวิตค้นหาตัวตนและตำแหน่ งแห่งหนที่จะยืนอยู่ตรงนั้น และกล้าที่จะบอกกับคนอื่นได ้อย่างเต็มปากว่า นี่แหละคือตัวฉัน ท่ามกลางสังคมที่ฉุดกระชากล ากถูพร้อมตะโกนใส่หูเธอว่าเ ธอจะต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอ ย่างนี้ หากมีใครเขียนให้พิมพิลาไลย กลายเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเน ื้อและน้ำตาขึ้นมาได้ ความตายของเธอจะไม่สูญเปล่า เพราะตัวละครที่ทำให้หัวใจข องคนอ่านสั่นไหวจะไม่มีวันต ายไปจากหัวใจผู้อ่าน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










