วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561

เลือกทางที่จะไม่ทำให้ตัวเองเสียใจภายหลัง

(๑.)

อยู่มาวันหนึ่งเราค้นพบตัวเองว่า ยิ่งแก่ตัวลงมากเท่าไร ความสามารถในการวินิจฉัยและตัดสินอะไร ๆ ก็ยิ่งลดลงมากเท่านั้น

วันก่อนมีรุ่นน้องคนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องอนาคต เราก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะปิดท้ายด้วยคำคมทำนองว่า ชีวิตก่อนสามสิบไปใช้ซะให้คุ้ม เพราะหลังสามสิบมันจะไม่ใช่ชีวิตเราคนเดียวแล้ว หรือคำปลุกปลอบฝันทำนองว่า ไปโบยบินข้างนอกเสียให้พอใจ เพราะวันหนึ่งหากจำเป็นต้องกลับเข้ากรงจะได้ไม่ต้องมีอะไรคาใจ

เช้านี้ขณะกำลังชู้ตบาสคนเดียวเงียบ ๆ ก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ก็ใช่อยู่ว่าชีวิตใครก็ตัดสินใจกันเอง แต่ถ้าเกิดน้องบ้าจี้ไปตามคำพูดสวย ๆ ของเรา แน่นอนว่าเค้าอาจได้ประสบการณ์ชีวิตหลากหลายรูปแบบ แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือการเสียโอกาสในวิชาชีพที่มั่นคงไปหลายปี เพราะด้วยความสามารถของน้องเค้า การจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดทางวิชาการและวิชาชีพตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

การตัดสินใจใช้เวลากับอะไรบางอย่าง มันก็อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตใครคนหนึ่งได้

และชีวิตที่ดี กับชีวิตที่มีความสุข บางครั้งมันไม่ใช่ชีวิตเดียวกัน

(๒.)

เรานึกถึงเพื่อนสมัยมัธยมฯ คนหนึ่งที่มักเป็นกังวลกับอนาคตของเรา กลัวเราจะไม่มีชีวิตที่ดี ตอนเราจิตหลุด ๆ เธอก็โทรมาไถ่ถามชี้ทางชีวิต (เรานึกขอบคุณเธออยู่เสมอ) นึกย้อนไปก็น่าขำ ถ้าจะเรียกการมีเวลามาเล่นบาสตอนเช้ามืดก่อนไปทำงาน แทนที่จะนั่งสัปหงกอยู่บนรถเมล์หรือเรือแสนแสบว่าชีวิตที่ดีได้ ตอนนี้เราก็คงจะมีชีวิตที่ดีพอให้เธอคนนั้นไม่ต้องเป็นกังวล

แต่ถามว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขไหม? ว่ากันตามจริงมันก็ยังห่างไกลจากคำว่าทุกข์ เรามีความสุขอย่างที่ชอบบอกคนอื่นว่า 'สุขตามอัตภาพ' ทว่าหากเทียบกับตอนเป็นฟรีแลนซ์สมัยเรียนจบใหม่ ๆ ออกเที่ยวไปสัมภาษณ์คนตามจังหวัดนู้นจังหวัดนี้ นอนโรงแรมจิ้งหรีดอวลกลิ่นบุหรี่ของคนที่มาพักก่อนหน้า ถึงช่วงเก็บตัวเขียนอะไรบางอย่างก็นอนกลางวันแล้วตื่นกลางคืนมาสลักประติมากรรมถ้อยคำจนถึงเช้า บางคืนเหงาออกไปจิบเบียร์คุยเรื่องหัวใจกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งซึ่งหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน หยิบเรื่องสั้นที่เพิ่งเขียนเสร็จให้มันอ่านซึ่งมันก็พูดเหมือนทุกครั้งว่ากูอ่านไม่รู้เรื่อง แต่แม่งต้องมีอะไร (ตกลงมีอะไรวะ) แน่นอนมันไม่ใช่ชีวิตที่ดี แต่นั่นคือช่วงที่ชีวิตโคตรมีความสุข

แต่ถ้าถามว่าตอนนี้อยากกลับไปมีชีวิตที่มีความสุขแบบนั้นอีกไหม มันก็เป็นไปไม่ได้ด้วยหลายปัจจัย ทั้งเพราะหัวใจที่ชราภาพก่อนวัยอันควร หรือแม้แต่เพื่อนสนิทคนนั้นก็พลัดพรากจากกันพร้อมคำทิ้งท้ายว่ากลับไปทำชีวิตให้เป็นชีวิตกันก่อนดีกว่าว่ะ (และอีกหลายข้ออ้าง) ทว่าต่อให้ทุกอย่างเป็นไปเหมือนเดิม เราก็มีความสุขกับสิ่งเดิมไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว

(๓.)

ยิ่งแก่ตัวลง ความสามารถในการวินิจฉัยและตัดสินอะไร ๆ ก็ลดลง เราตัดสินชีวิตคนอื่นน้อยลง เราไม่แน่ใจในความเชื่อและคำแนะนำของตัวเองมากขึ้น เพราะคำพูดหลายประโยคที่เราพูดเท่ ๆ ออกไป มันก็ถูกพิสูจน์ด้วยชีวิตแล้วว่าบางทีก็ไม่เป็นความจริง หรือการกระทำบางเรื่องที่เราเคยทำลงไปอย่างมั่นใจ สุดท้ายมันก็กลับมาแว้งกัดชีวิตเราในภายหลัง สมัยสอนหนังสือที่สวนสุนันทา เราเคยหลุดหล่นวลีเลี่ยมทองทำนองว่า ความสามารถที่คุณมีต่างหากคือความมั่นคงของชีวิต หรือแปลไทยเป็นไทยว่า ถ้ามึงเก่งจริงก็ไม่อดตายหรอก ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว ในบางพื้นที่ของสังคมไทย ความสามารถอาจจะเป็นปัจจัยสุดท้ายของการประสบความสำเร็จในชีวิตก็เป็นได้

บางแนวทางชีวิตที่ถูกประเมินค่าด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน เราก็หยุดคิดกับมันมากขึ้น เช่นบางคนทำงานจนไม่มีเวลาให้แก่ครอบครัว ก็อาจจะถูกตัดสินจากคนรักครอบครัวว่านั่นไม่ใช่ชีวิตที่ดี แต่อีกมุมหนึ่ง คนทำงานคนนั้นอาจเป็นคนที่รักครอบครัวมากที่สุด เพียงแต่ครอบครัวของเขาคือคนทั้งบริษัท หรือประชาชนทั้งประเทศ การทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดย่อมทำให้ครอบครัวในสเกลใหญ่มีความสุข ดุจเดียวกับพระเวสสันดรที่ยอมให้ทานบุตรและภรรยาเพื่อบรรลุพระโพธิญาณมาโปรดเวไนยสัตว์ในภายภาคหน้า เช่นเดียวกัน การที่เราย้ายมาทำงานต่างจังหวัดเพื่อกลับมาอยู่กับครอบครัว เราอาจถูกคนรักครอบครัวตัดสินว่าเป็นคนดี แต่ตอนนี้เราเองไม่ได้คิดถึงชีวิตในเชิงคุณค่าความดี เพียงแต่ทำตามปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและเป็นไปในแต่ละช่วงชีวิต ขณะเดียวกันก็พยายามประคองชีวิตส่วนที่ยังไม่แตกสลายไว้ให้นานที่สุด

ทางเลือกสู่ชีวิตที่ดี กับชีวิตที่มีความสุข หากมันไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คงมีหลายปัจจัยให้ชั่ง ตวง วัด ซึ่งคงสัมพัทธ์กับวุฒิภาวะแต่ละช่วงวัย และเสียงร่ำร้องของหัวใจในขณะนั้น

(๔.)

อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่ารุ่นน้องคนนั้นมีวุฒิภาวะสูงกว่าเราเยอะ เค้าฉลาดมากพอที่จะเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิตโดยอาจไม่ต้องไยดีต่อคำพูดขายฝันสวยหรูของเรา แต่หากจะแก้ไขคำแนะนำที่มีให้แก่รุ่นน้องคนนั้น เราควรจะแก้ไขอย่างไรดี

คำแนะนำคลาสสิกอย่าง 'เลือกทางที่จะไม่ทำให้ตัวเองเสียใจภายหลัง' พูดง่าย ทำยาก เราเองก็เคยเลือกทางที่ทำให้ตัวเองกลับมานึกเสียใจหลายครั้ง ซึ่งสุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการยอมรับมันและทำความเข้าใจตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเลือกทางเดินต่อไป

เราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วเส้นทางข้างหน้ามันจะทำให้เราเสียใจภายหลังหรือไม่ แต่นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่ตาชั่งชีวิตซึ่งหลอมจากประสบการณ์ได้เลือกออกมา

ส่วนจะเสียใจภายหลังหรือไม่ ลึก ๆ แล้วในหัวใจเราคงมีคำตอบซ่อนอยู่

วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561

แววตา (๒)

แววตาของบางคนถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อให้คนที่เผลอสบตาใจสลาย

วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2561

แววตา

แววตาของบางคนถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อให้หัวใจของอีกคนรู้สึกลึกซึ้งเกินกว่า
ความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็น

วันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วันพฤหัสบดีที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ใครคนนั้น

สุดท้ายเราก็เป็นแค่ 'ใครคนหนึ่ง' ในชีวิตเค้า
แต่เค้ากลับกลายเป็น 'ใครคนนั้น' ในชีวิตเรา

วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ไม่ต้องแบ่งปันความรักมาให้ฉันก็ได้

ไม่ต้องแบ่งปันความรักมาให้ฉันก็ได้
ขอแค่พื้นที่เล็กน้อยในมุมหนึ่งของใจ
ให้ความคิดถึงของฉันที่เดินทางมาแสนไกล
ได้พักพิงซบอุ่นไอบ้างก็พอ

วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ดีต่อใจ

ฉันไม่ใช่คนดีเท่าไร
แต่อาจจะดีขึ้นได้ ถ้าอยู่ใกล้ใกล้คนที่ดีต่อใจอย่างเธอ

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

Basketball Excercise.

เนื่องจากหอพักอยู่ใกล้ ๆ สนามกีฬาที่มีแป้นบาส เช้า ๆ เราก็มักจะมาหาเรื่องให้เหงื่อออกบ้างโดยการหยิบจับลูกบาสมาวิ่งกระโดดชู้ตเบา ๆ สนุก ๆ กับคนแถวนั้น
ครึ่งเดือนผ่านไป เข่าทั้งสองข้างกับข้อศอกขวาปวดหนึบ ๆ คิดว่าเดี๋ยวคงหาย นานเข้ายิ่งปวดจนต้องทาเคาท์เตอร์เพน พร้อมกับหาปลอกเซฟเข่าเซฟข้อศอกมาใส่
อีกเดือนนึงเปลี่ยนจากรองเท้าวิ่งมาเป็นรองเท้าบาสจริงจัง เข่าเริ่มดีขึ้น ตอนเลย์อัพกระโดดแรง ๆ ได้มากขึ้น
(เขินเหมือนกันตอนไปซื้อ คนขายมองหน้าแบบ โอ นี่คงเป็นนักบาสที่เตี้ยที่สุดในโลก 555)
วันพฤหัสที่แล้วมีสอนเช้าแต่ตื่นสายนิด ก็เลยรีบเล่นเลยไม่ได้วอร์มร่างกายก่อน ผลคือเช้าวันต่อมาระบม ปวดจนต้องโอดโอยร้องขอชีวิตตอนลุกจากเตียง
นึกถึงสมัยวัยสะรุ่นที่ใส่นันยางคู่เดียว (ไม่ใส่ถุงเท้า) เล่นบาสหนัก ๆ แรง ๆ กับเพื่อน เช้ามาก็ดีดจากเตียงไม่มีปัญหาอะไร
แต่ตอนนี้แค่เล่น ๆ เบา ๆ แม่งใส่รองเท้าบาส ปลอกเซฟข้อเท้าข้อศอกมาเต็ม ก่อนเล่นยังต้องวอร์มร่างกายอีก โอ้ยชีวิต
นี่หรือร่างกายของคนวัย 30 นับวันถอยหลังทรุดโทรม ทำอะไรหนักนิดหน่อยก็กรอบ
อีกสิบปีข้างหน้าจะเป็นยังไงบ้างนะ

วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ตกหลุมรัก

เขียนถึงความรัก อาจไม่ใช่รักใหม่
เพราะคนเราอาจตกหลุมรักคนเก่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เราชอบความรู้สึกใจเต้นแรงตอนตกหลุมรัก
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรรอเราอยู่ที่ก้นหลุม

Leonardo Sciascia นักเขียนชาวอิตาลีบอกว่า
"ความจริงอยู่ที่ก้นบ่อน้ำ เวลาคุณมองบ่อน้ำ คุณจะเห็นดวงอาทิตย์ไม่ก็ดวงจันทร์ แต่ถ้าคุณกระโดดลงไป ไม่มีทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จะมีก็แต่ความจริง"
เวลากระโดดลงหลุมรักหลุมเดิม เราชอบวินาทีที่อีกเอื้อมมือจะถึงดวงจันทร์ อีกแค่ปลายนิ้วจะคว้าคนที่เฝ้าฝันมากอด
แล้วก็ตูมมม! จมดิ่งลงไปในปลักโคลนความจริง แบบที่ปราณ ชายหนุ่มจากเรื่องไส้เดือนตาบอดในเขาวงกตเคยรู้สึกว่า

"รวดร้าวบิดริ้วขึ้นข้างใน ไม่รู้จะบอกเธออย่างไรว่าเขายังเจ็บ ไม่ใช่ตรงนั้น แต่ลึกลงไป ไม่ได้บอกว่าเขาเจ็บแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าเขาทำอย่างไรกับความเจ็บปวดนั่น ไม่ได้บอกเธอว่าชั่วขณะหนึ่งเขาลืมตัวไปว่าเป็นใคร เดียวดายมาอย่างไร ฟันฝ่าชีวิตมาแบบไหน เคยผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมายเพียงใด ก่อนจะมาฟั่นเฟือนเลอะเทอะ...ว่าเขามีใคร"
ปกติแล้วเราฝังตัวเองอยู่ในหลุม ขุดลึกลงไปและนอนมุดคุดคู้อยู่ตรงนั้น
เพราะความเจ็บปวดเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของการสร้างสรรค์งานเขียน เราจึงหมั่นทรมานตัวเองในก้นบึ้งของหลุมรักที่เป็นไปไม่ได้
แต่ช่วงนี้รู้สึกแปลก ๆ อยากจะปีนขึ้นจากหลุมรัก และกระโดดลงไปใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะเราเพิ่งพบว่า ความสุขที่เกิดจากการแอบรักก็เป็นเชื้อเพลิงที่ดีของการใช้ชีวิตเช่นกัน
แม้เป็นช่วงสั้น ๆ ก่อนตกหลุมลงไปพบกับความจริงก็ตาม

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

คุกร้าย

หัวใจถูกก่อการร้ายหลายวันนัก
เธอมาก่อการรักให้ใจสั่น
ถูกจับขังคุกร้ายมาหลายวัน
คุกชื่อรอยยิ้มนั้น, ฉันยอมแพ้!

ม้าพยศ

หัวใจเหมือนม้าพยศ สมองเหมือนสารถี
เมื่อก่อนก็ยังดีดี สารถีพอคุมได้
แต่หลังจากพบเธอ ไม่รู้เป็นอะไร
เจ้าม้าเหมือนมีแรงใจ อยากพุ่งไปหาเจ้าของใหม่เสียอย่างนั้น
สารถีปราบพยศพัลวัน เมื่อไรมันจะหมดแรง
วอนเธออย่าแกล้งยิ้มให้
นึกถึงรอยยิ้มตาหยีทีไร ม้าพยศก็ดิ้นใหญ่
เหมือนว่าอยากไปจุมพิตเธอ

วันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ชีวิตที่เหลืออยู่

คนเราเริ่มใช้คำว่า "ชีวิตที่เหลืออยู่" เมื่อถึงช่วงไหนของชีวิตกันนะ?
บางคนอาจเริ่มใช้เมื่อทำงานจนถึงขีดสุดของสังขารและต้องการพักผ่อนในวาระสุดท้าย บางคนเริ่มใช้หลังจากประสบความสำเร็จสูงสุดและใช้วันเวลาที่เหลืออยู่เก็บเกี่ยวดอกผลแห่งความสำเร็จจนถึงช่วงบั้นปลายชีวิต
แต่สำหรับฉัน "ชีวิตที่เหลืออยู่" เกิดขึ้นเมื่อได้พบใครบางคนที่ทำให้ได้เข้าใจว่าการใช้ชีวิตเพื่อตัวเองมากว่าครึ่งชีวิตนั้นช่างไร้ความหมายสิ้นดี
หลังจากวันที่พบเธอ ชีวิตที่เหลืออยู่ของฉันมีเพียงความหมายเดียวคือ การได้ใช้มันเพื่อให้รอยยิ้มเปี่ยมสุขประดับอยู่บนใบหน้าสวยหวานนานเท่านาน และเหตุผลเดียวของชีวิตที่เหลืออยู่คือ การได้ลืมตาขึ้นมาพบกับดวงหน้าพริ้มฝันเป็นภาพแรกของทุกวันตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

จับมือ

กับผู้หญิงคนอื่น, ก็เคยใจเต้นแรงเวลาจับมือ
แต่กับเธอ, เมื่อเรากุมมือกัน
ใจฉันกลับสงบนิ่ง อบอุ่น ไร้กังวล เหมือนทารกฝากชีวิตไว้ในอ้อมอกมารดา
พร้อมกับความคิดว่า หากวันสุดท้ายของชีวิตยังได้อยู่เคียงข้างผู้หญิงคนนี้
ชีวิตไร้คุณค่าของฉันก็คงพอจะมีความหมายขึ้นมาบ้าง