- "ลองมีแฟนเป็นคนเหี้ย ๆ อย่างเราดูสิ แล้วไอ้ปัญหาที่เธอหนักอกหนักใจอยู่มันจะกลายเป็นเรื่องเล็ก... เล็กพอ ๆ กับขนาดหน้าอกเธอนั่นแหละ"
- ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉันรับเอารอยยิ้มของเธอมาเป็นเครื่องพยุงชีพหัวใจ
- แม้เธอไม่ใช่พิคาชู แต่ไฟฟ้าแสนโวลต์จากรอยยิ้มเธอก็พุ่งเข้าช็อตหัวใจฉันจนเจียนตายไปหลายครั้ง
- คุณใช้วิธีไหนซ่อนห้วงจักรวาลไว้ในแววตา
- คุณคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ลมหายใจของผมยังมีความหมายอยู่
- อยากให้ดวงหน้าพริ้มฝันของคุณเป็นสิ่งแรกที่ฉันมองเห็นเมื่อลืมตาตื่นทุกชื่นเช้า
- การตกหลุมรักในความรู้สึกของผมน่ะเหรอ... มันเหมือนตอนที่คุณเผลอเหม่อลอยขณะเครื่องบินทะยานขึ้นจากพื้นดิน วินาทีนั้นใจคุณวูบหาย...หายไป คุณหลงคิดว่านั่นเป็นความรู้สึกชั่วพริบตา แต่ไม่ใช่... ใจคุณไม่เคยกลับมา หลงเหลือแต่เพียงความเปล่าโหวงเต็มอก หัวใจคุณกลายเป็นสมบัติชั่วนิรันดร์ของใครคนหนึ่ง และที่มันยังเต้นอยู่ได้ก็ด้วยความคิดถึงที่มีต่อเค้าคนนั้น... เพียงเท่านั้น
- สิ่งเดียวที่มนุษย์ไม่สามารถทำให้อ่อนเยาว์กว่าอายุได้คือแววตา
- การกอดคือฮีตเตอร์ที่อบอุ่นที่สุดนับแต่มนุษย์เริ่มรู้จักความหนาวที่เกิดจากความเหงา
- คงมีเพียงบางริมฝีปาก... ที่เราอยากฝากจุมพิตสุดท้ายเอาไว้
:: พื้นที่รวบรวมงานเขียนเก็บเล็กผสมน้อยเป็นไทม์แมชชีนความรู้สึกของวันวาน ::
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
อำลาครูจิ๋ว
คือบุคคลผู้ควรค่าเรียกว่า "ครู"
มิใช่ผู้บังคับบัญชาชี้นิ้วสั่ง
หลายคราเราประมาทเคยพลาดพลั้ง
ครูก็ยังเมตตาเอื้ออาทร
สามปีที่ไม้ใหญ่ให้ร่มเงา
พวกเราได้เรียนรู้คำครูสอน
จำเนียรกาลผ่านวาระจะจากจร
ดวงใจจึงอาวรณ์ไม่เว้นวาย
เหล่าเด็กเด็กเคยเดินตามหลังผู้ใหญ่
พอครูเดินลับไปก็ใจหาย
หนทางเวิ้งว้างเปล่าดาย
ไม่มีแสงแห่งจุดหมายมานำทาง
ภูมิใจที่ได้ติดตามครู
ได้รับใช้ได้เรียนรู้อยู่ไม่ห่าง
คำสอนครูอยู่ในใจไม่เคยจาง
ครูแผ้วถางทางเดินไว้ให้ก้าวมา
พระคุณครูจากวันนั้นถึงวันนี้
คงไม่มีสิ่งใดจะสมค่า
จึงกลั่นถ้อยร้อยรสพจนา
เป็นบทกวีอำลาอาลัยรัก
๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
หลงรักนักวิ่ง (๓)
สารภาพว่าตั้งแต่หัดวิ่งจนถึงวันนี้ เราก็ยังไม่ชอบการวิ่งอยู่ดี
แต่เราเชื่ออย่างที่หลายคนเชื่อว่า
ความรักแม่งเป็นพลังที่ทำให้มนุษย์ทำสิ่งยิ่งใหญ่เกินตัวได้เสมอ
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เกงการ์ฮาโลวีน
สำหรับคนที่เล่น Pokemon GO ในช่วงนี้ คงได้เห็นหน้าเจ้าโกส (Gastly) โกสต์ (Haunter) หรือเกงการ์ (Gengar) โปเกมอนธาตุผี/พิษ (Ghost/Poison) ที่ทาง Niantic ปล่อยมาเพื่อรับเทศกาลฮาโลวีนกันบ้างแล้ว (จริง ๆ ต้องบอกว่าช่วงนี้เห็นจนเบื่อเพราะโผล่หน้าถี่ยิ่งกว่านกน้อยปั๊ปโปะเสียอีก)
เกงการ์ เป็นโปเกมอนผีหน้าตาเจ้าเล่ห์ มีท่าโจมตีของธาตุความมืด ธาตุผี และธาตุพิษ ชื่อของมันดัดแปลงมาจากคำว่า Doppelgänger หรือปรากฏการณ์ร่างแฝดแยกเงาของมนุษย์ ซึ่งก็เป็นที่มาของนิสัยเจ้าเกงการ์ที่ชอบแฝงอยู่ในเงาของคนอื่น
โปเกมอนธาตุผีนับว่าเป็นธาตุที่หาไม่ค่อยจะได้ในภาคแรก ๆ ยิ่งใน Pokemon GO ช่วงก่อนหน้านี้ ความหายากยิ่งทวีคูณเพราะต้องเดินจับตอนดึก ๆ แต่ถึงจะลงทุนขนาดนั้น ในการต่อสู้จริงก็ไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก แม้จะมีจุดเด่นที่พลังโจมตี แต่ค่า HP บางซะเหลือเกิน โดนสวนไม่กี่ทีก็ร่วงเอาง่าย ๆ นอกจากนี้ธาตุที่เสียเปรียบโปเกมอนผีคือธาตุพลังจิต (Psychic) และธาตุผีด้วยกัน ซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีใครใช้อยู่แล้ว
โปเกมอนขาประจำเฝ้ายิมที่เกงการ์น่าจะได้เปรียบที่สุดคือเจ้านัซซี่ (Exeggutor) ธาตุพืช/พลังจิต (พืชแพ้พิษ พลังจิตแพ้ผี ครบสูตร) แต่ก็อย่างว่าแหละถึงวันนี้ไม่มีใครเอานัซซี่เฝ้ายิมแล้ว เหลียวไปทางไหนก็เจอแต่มังกรไคริวยึดยิมทั้งนั้น 555
ถึงจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ในเกม Pokemon GO เท่าไรนัก แต่สำหรับในการ์ตูน เจ้าหมอนี่เป็นโปเกมอนที่มักจะได้โผล่หน้าในซีนสำคัญ ๆ เช่นซีนเปิดเรื่องโปเกมอนภาคซาโตชิ (การถ่ายทอดสดการดวลกันระหว่างเกงการ์กับนิโดริน่า) หรือในภาคออริจิน ฉากการล่ามิวทู เกงการ์เป็นโปเกมอนตัวแรกที่เร้ดเลือกไปอัดมิวทู ดังนั้นช่วงที่หาจับง่ายแบบนี้ไล่เก็บไว้ซักตัวก็น่าจะดี ไม่แน่ว่าอีเวนต์สำคัญในอนาคตอาจจำเป็นต้องมีเจ้าหมอนี่อยู่ในทีมด้วยก็เป็นได้
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ความเงียบ
ความเงียบสะท้านดังอย่างประหลาด
กึกก้องกัมปนาททุกหย่อมหญ้า
กลั้นกลืนก้อนสะอื้นในอกมา
ภาพทุกภาพมัวพร่าน้ำตารื้น
ฝนโปรยเบาบางน้ำค้างหล่น
น้ำตาคนหมื่นล้านคนก็สุดฝืน
หลั่งล้นท่วมท้นใจในค่ำคืน
นองทั่วผืนแผ่นดินดุจสิ้นไทย
หนึ่งภาพที่ทุกบ้านมีทุกบ้าน
จะเงยหน้ามองท่านอย่างไรไหว
เคยเป็นภาพแห่งความหวังกำลังใจ
จากนี้ไปเหมือนไร้หลักให้พักพิง
คืนวันเคลื่อนไหวไม่เคยหยุด
แต่หัวใจเหมือนชำรุดหยุดนิ่ง
รู้ทั้งรู้แต่ไม่รับความเป็นจริง
เหมือนทุกสิ่งสูญสลายในสายลม
ความเงียบยังอื้ออึงเกินครึ่งฟ้า
เสียงกระซิบยังปวดปร่าน่าขื่นขม
เสียงหัวใจแผ่วเบาเศร้าระทม
สีดำห่มคลุมเมืองมืดทั้งเมือง
ตุลาคม ๒๕๕๙
วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559
ไม่โทษดาว
ไม่โทษเมฆมัวหม่นบนท้องฟ้า
ไม่โทษดวงดาริกาที่ลอยเกลื่อน
ไม่โทษกลิ่นความเหงาเคล้าแสงเดือน
หรือกำแพงความเป็นเพื่อนอันเลือนราง
ถ้าจะโทษต้องโทษใจที่ไหวอ่อน
ต้องโทษความอาวรณ์เมื่อไกลห่าง
โทษที่รักจากหัวใจไม่เคยจาง
โทษที่แพ้ความอ้างว้างเมื่อห่างตา
ขอโทษนะ...ขอโทษที่เอ่ยปาก
ว่ารักมากเพียงใดใจห่วงหา
ความรู้สึกเหมือนคลื่นคลั่งถั่งโถมมา
เกินกลั้นกลืนวาจาคำว่ารัก
นับตั้งแต่วันนั้นฉันก็แพ้
นับตั้งแต่แรกเริ่มเรารู้จัก
รู้ไหมหัวใจไม่เคยพัก
ต้องซ่อนนัยแน่นหนักความรักนี้
จะไม่โทษอีกแล้วเดือนดาวใด
จะเปิดเผยความในใจไม่หลบหนี
ความผิดเดียวคือหัวใจที่ฉันมี
ดื้อจะรักเพียงคนดี, เธอที่รัก
ต.ค. ๕๙
วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559
คิดถึง (๙)
ยังจำท่าเดินของเธอได้
กระโดกกระเดกไม่เหมือนใครดูน่าขำ
ห้วงจักรวาลในดวงตาสีดำ
เหมือนนำดวงดาริกามาเป็นประกาย
ลักยิ้มยามยิ้มกว้างเห็นแต่ไกล
น่ารักกว่าใครใครมองไม่หน่าย
ทุกครั้งเธอยิ้มแทนคำทักทาย
นั่นแหละคือความหมายของชื่นเช้า
ยังจำเสียงหัวเราะของเธอได้
คือระฆังขับไล่ความเงียบเหงา
เป็นแสงแรกปลุกหัวใจบางเบา
เคยหม่นเศร้าก็กลับฟื้นคืนมา
เธอคือทุกคำตอบของคำถาม
เธออยู่ในห้วงนิยามความห่วงหา
อยากให้เธอเป็นภาพแรกเมื่อลืมตา
แต่รู้ว่าได้แค่ฝัน...แค่ฝันไป
เอื้อมคว้าหาเธอกลางภาพฝัน
แต่จะคว้าเงานั้นก็ไม่ได้
ความจริงคือเธอลาจากไกล
และจะทำอย่างไรก็ไม่ลืม
...หมดหวังแล้วใจก็รู้อยู่เต็มใจ
จะร้องไห้สักเท่าไรก็ไม่ลืม
ต.ค. ๕๙
วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559
ความรัก
ความรัก น. สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงแม้เมื่อเห็นคนที่ตนรักอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต.
(พจนานุกรมฉบับวุฒินันท์ ชัยศรี. กันยายน ๒๕๕๙.)
(พจนานุกรมฉบับวุฒินันท์ ชัยศรี. กันยายน ๒๕๕๙.)
วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559
โลกสามสลึงของ "ศิลปินเถื่อน"
จะว่าไปแล้ว นับตั้งแต่ ป.อินทรปาลิตสร้างหัสนิยาย (แปลไทยเป็นไทยว่านิยายชวนหัว) เรื่องสามเกลอ พล นิกร กิมหงวนให้ดังค้างฟ้าสร้างสถิติตีพิมพ์กว่าครึ่งล้านเล่มภายในปีเดียว (น่าจะ พ.ศ. 2482) ก็ไม่เคยมีหัสนิยายเรื่องไหนของนักเขียนในยุคหลังเทียบชั้นได้ทั้งยอดพิมพ์และดีกรีความฮาน้ำตาเล็ด ถ้าจะเห็นมีนักเขียนร่วมสมัยของเราคนไหนพอเลียบ ๆ เคียง ๆ เรื่องความฮาของ ปู่ ป. ได้ก็อาจจะเป็นคุณดำรงค์ อารีกุล เจ้าของ "จักรยานแดงในรั้วเขียว" อันโด่งดัง นอกจากนี้เขาก็ยังสร้างตัวละคร "หมง หงจินเป่า" และผองเพื่อนใน "ชมรมกอดลมไว้อย่าให้หงอย" หรือเหล่าสุนัขจอมยียวนใน "ขบวนการเล็บงาม" ที่ออกวาดลวดลายอยู่บ่อย ๆ ในเซ็คชั่นเรื่องสั้นขายหัวเราะให้คนอ่านเสพติดกันงอมแงม
ที่พูดมาตั้งนานยังไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะรีวิวเลย (ฮา) นอกจากชื่อที่เอ่ยมาแล้ว ผมคิดว่า 'ธราธิป' น่าจะเป็นอีกหนึ่งในเพชรเม็ดงามที่วงการหัสนิยายไม่น่าจะเผลอลืม ผลงานของเขาอย่าง "เดอะกร๊วกฟาเธอร์แห่งหมู่บ้านซวยซ้ำซาก” ที่เล่าถึงเรื่องราวชีวิตบัดซบของนักเขียน (เขาเอง) ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หรือ “โรงเรียนนักเลง” ที่เล่าถึงชีวิตช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหง แม้จะไม่ได้ติดลองลิสต์ร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน แต่เมื่อเปิดผ่านก็เชื่อได้ว่าจะเรียกรอยยิ้มพอเห็นไรฟันแบบชนชั้นสูง หรือหัวร่องอหายอย่างไพร่ก็ตามแต่ความศรัทธา
"ศิลปินเถื่อน" (ฉบับสมบูรณ์พูนสุข) เป็นอีกหนึ่งผลงานของ 'ธราธิป' ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2533 ว่าด้วยเรื่องราวของศิลปิน 5 คน ได้แก่ เปี๊ยก อาร์ต จิตรกรหนุ่ม, รอย อนารยชน ผู้เชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์, เป บูรพา กวีหนุ่มจากอีสาน, สินจิต นักดนตรีจากล้านนา และ "ผม" ผู้เล่าเรื่อง ซึ่งไม่ได้บอกชื่อเสียงเรียงนาม ที่ต่างต้องมาใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านสวนสุดแสนทุรกันดาร เรื่องราววุ่น ๆ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนมากจะเป็นเรื่องอาหารการกินที่อดอยากเหลือแสน หรือเรื่องที่พวกเขาบางคนไปพัวพันกับหญิงสาวแต่ก็ต้องช้ำใจกลับมาทุกราย
เอาจริง ๆ เรื่องย่อมีเท่านี้แหละ ก็เรื่องชวนขันคงไม่มีคติสอนใจอะไร ทว่าในความธรรมดาของเรื่องราวนั้นกลับแฝงไว้ด้วยพฤติกรรมจัดจ้านและบ้าบอที่ทำให้ลมหายใจของทุกตัวละครกลั้วไว้ด้วยเสียงกลั้นหัวเราะ
ลองมาดูฉากเปิดตัวของตัวละครแต่ละตัวดูบ้าง
"สินจิต นักดนตรีจากล้านนาเพื่อนผู้น่าสงสารที่สุด ตัวสูงขนาดหมาเซนต์เบอร์นาร์ดเบอร์แอล เคยเรียนมาหลายสาขาแต่มาผ่านสาขาสุดท้ายที่ศรีธัญญา
"ในหัวสมองโตๆ ของสินจิตมีเรื่องนานาชนิดตั้งแต่เล็กขนาดมดแพ้ท้อง จนถึงเรื่องใหญ่ขนาดจะอพยพหอไอเฟลมาไว้ที่ทุ่งกุลา ดวงตาเปี่ยมฝันคู่ที่ เป บูรพา รำพึงแกมอิจฉาว่า "ตาไอ้สินจิตมันเป็นดวงตาทรมานใจสาว ยิ่งกว่าตาพระลออีก อย่าว่าแต่กูเป็นลูกผู้ชายเลย นี่ถ้ามันเป็นควาย กูก็พร้อมวิ่งเข้าไปซบเขามันขอเป็นคันไถ" (น.29)
"เป บูรพา...หน้าตาแบบใบตอง คือผีตองเหลือง และดั้งยับเยินยิ่งกว่าลำห้วยในหน้าแล้ง ที่ลึกจนมองไม่เห็นพื้นผิว ...”หน้าตาเป มันเหมือนกับว่า ไม่เต็มใจมาเกิด หรือเกิดแบบลวกๆ” คนหนึ่งว่า ผมพยักหน้าเห็นด้วย" (น.151)
นอกจากฉากเปิดตัวของแต่ละคนจะงามสง่าสมราคาศิลปินแล้ว พฤติกรรมแบบหมูไม่กลัวน้ำร้อนชอบแกว่งปากไปหาตีนก็นำพาเรื่องราวปวดหัวมาให้แก้ปัญหากันไม่เว้นวัน เช่นตอนหนึ่งเมื่อในตลาดเกิดมีสาวงามย้ายเข้ามาอยู่ ศิลปินหัวงูจึงออกขายขนมจีบโดย (แกล้ง) ไม่รู้เลยว่า "เพราะมะม่วงงาม มดแดงย่อมชุม ยิ่งเป็นมะม่วงสวนคนอื่น ยังมีอย่างอื่นนอกจากมดแดง อาทิ ไม้คมแฝก และจิ๊กโก๋" (น.22) ทำเอาต่างคนต่างก็งัดกลยุทธพิชิตใจเธอมาใช้
"เปเคยเปรยว่า มีว่านชนิดที่กินแล้วมีเสน่ห์ ขนาดสาวเห็นสะกิดแม่ไหม รอยตอบเรียบๆ ว่ามี
"พอมึงกินแค่เคี้ยวหมากแหลก เดินผ่านหน้าบ้านให้เค้าเห็นทุกวัน พอสักเจ็ดวันให้หลัง เขาเห็นมึงเดินมาอีก เขาจะสะกิดแม่ทันทีว่า ...ไอ้เอี้ยนั่นมาอีกแล้ว" (น.17)
หัสนิยายเล่มนี้ไม่ได้บรรจุไว้แต่เพียงเรื่องราวบ้า ๆ บวม ๆ ของเหล่าศิลปินสามสลึง แต่ยังมีเรื่องราวความรัก มิตรภาพของเพื่อนแท้ที่ยอมตายแทนเราได้ พอ ๆ กับที่อยากจะแกล้งเราเอาให้ตายนั่นแหละ อ่านแล้วอาจจะพอให้นึกถึงความทรงจำดี ๆ กับเพื่อนบ้า ๆ ขึ้นมาบ้างสักคน (ถ้ามี) สำหรับใครที่มองหาสาระประโยชน์อันพึงมีแก่ชีวิต ข้ามเล่มนี้ไปก็ไม่นับว่าพลาดอันใด แต่สำหรับใครที่อยากจะมองหารอยยิ้มประโลมใจในวันแห้งผากของชีวิต หนังสือเล่มนี้ก็เหมาะมือสำหรับบรรเทาความกระหายทางรอยยิ้มได้บ้าง อย่างที่ เป บูรพา กล่าวไว้เมื่อจับนกเขาได้ในวันที่ไม่มีอะไรจะกิน
“กูใฝ่ฝันจะกินนกนางนวล ญาติของโจนาธาน ลิฟวิงสตัน แต่ไม่สมหวัง มากินไอ้ตัวนี้ก็ยังดีวะ” (น.133)
-------------------------
ธราธิป ชอบธรรม. ศิลปินเถื่อน. กรุงเทพฯ : แมงทับ, 2533.
วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2559
10 ข้อสังเกตการตียิม Pokemon Go (ฉบับรากหญ้า)
1. คนที่เพิ่งหัดเล่นอาจจะยังไม่รู้ว่าการต่อสู้ระหว่างโปเกมอนมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างธาตุ เช่น พิคาชูธาตุไฟฟ้าต่อให้ CP สูงแค่ไหนก็จะเอ๋อแดกไปเลยเมื่อเจอโปเกมอนธาตุดิน ลองไปเสิร์ชๆ ดูเรื่องธาตุแพ้ทาง จะช่วยได้เยอะเวลาตียิม
2. แต่การต่อสู้ของเทรนเนอร์รากหญ้าอย่างเราๆ ที่จับได้แต่นกหนูหมูแมวก็เป็นไปตามมีตามเกิดไม่ค่อยได้คิดเรื่องธาตุ ตัวไหน CP สูงหน่อยก็เอาไปรุมตีเค้า แล้วก็เสร็จพวกเฝ้าเสียบยิมฉิบ (ฮา)
3. เท่าที่เห็น ยิมส่วนมากที่เจอจะมีโปเกมอนเฝ้าคือยาโดแรน (Slowbro)
นัสซี่ (Exeggutor) ชาวเวอร์ (Vaporeon) หรูขึ้นมาหน่อยก็เกียราดอส
(Gyarados) วินดี้ (Arcanine) ลาปุรัส (Lapras)
ส่วนพวกพรีเมี่ยมแน่นอนว่าเฝ้าโดยไคริว (Dragonite) คอมโบกับอีหมีคาบิกอน
(Snorlax) ว่าแต่คุณพี่ๆ ไปหามาจากไหนกันเหรอครัชแบ่งผมบ้าง
4. สังเกตว่าส่วนมากตัวเฝ้ายิมจะเป็นธาตุน้ำ (มันหาง่ายสุดรึยังไง) แพ้ทางไฟฟ้าและพืช ดังนั้นถ้ามีโปเกมอนไฟฟ้าเจ๋งๆ ก็น่าปั้นเอาไว้ตียิมสักตัว หรือถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยหาไฟฟ้าไม่ได้ก็ปั้นเจ้านัสซี่ (พืช/พลังจิต) ไว้ปล่อยท่าโจมตีของพืชก็ได้ผลเหมือนกัน
5. คนที่ปล่อยธาตุพืชกับแมลงเฝ้ายิมนี่คงกะว่าโดนตีไส้แตกได้ใช้ยารักษาแน่ๆ เพราะโปเกมอนรากหญ้าพวกนกธาตุบิน (ได้เปรียบธาตุแมลง) กับธาตุแมลง (ได้เปรียบธาตุพืช) มีให้จับกันว่อนไปหมด
6. สำหรับเทรนเนอร์รากหญ้าอย่างเราๆ การตีอีหมีคาบิกอน (ธาตุธรรมดา-แพ้ทางธาตุต่อสู้) ให้ได้ผล ถ้าหาโปเกมอนธาตุต่อสู้ไม่ได้ก็อาจจะปั้นอีด้วงไครอส (หรือที่รู้จักกันในนาม 'ท่านพิณ' Pinsir!) มาตีแทน เพราะเข้าใจว่าบางตัวจะมีท่าไม้ตายเป็นท่าของธาตุต่อสู้ซึ่งธาตุธรรมดาแพ้ทาง (ถ้ามี HP มากพอที่อีหมีสวนมาแล้วจะไม่ตายไปก่อนนะ 555) หรืออีโวเจ้าเนียวโรโซ (Poliwhirl) ให้เป็นเนียวโรบอน (Poliwrath ธาตุน้ำ/ต่อสู้) ก็น่าสน อันนี้ยังไม่ได้ลองนะเก็บแคนดี้ยังไม่ครบ 555
7. เจ้าเกียราดอสเป็นธาตุน้ำ/บิน นะ ไม่ใช่มังกร ถึงจะหน้าตาเหมือนมังกรกว่าไคริวก็เถอะ 555 (เพียงแต่จะมีท่าโจมตีของธาตุมังกรด้วย) ดังนั้นโปเกมอนธาตุที่จะชนะเกียราดอสได้เด็ดขาดคือธาตุไฟฟ้า
8. เทรนเนอร์รากหญ้าอย่างเราคิดจะตบมังกรไคริว (ธาตุมังกร แพ้ทางธาตุมังกรด้วยกันและธาตุน้ำแข็ง) แต่ไม่มีปัญญาไปหามังกรหรือลาปุรัสมาไฝว้กะเค้า ตัวที่พอจะไปลุ้นกับเค้าได้ก็คงเป็นเกียราดอสกับเจ้านกพีจ็อตร่างสาม (Pidgeot) ที่มีท่าโจมตีของธาตุมังกร อันนี้เคยลองแล้ว Effective เลือดเค้าลดเยอะเหมือนกันแต่โดนสวนทีเดียวจอด 555
9. พอดีเราเป็นเทรนเนอร์เจนแรกอะ อีธาตุ Fairy ที่เค้าว่าเกิดมาเพื่อฆ่ามังกรนี่มันตัวไหนกันแนะนำหน่อยสิ เกิดไม่ทัน
10. ตอนเขียนๆ นี่ก็จะเที่ยงคืนแล้ว ยิมแถวบ้านพี่ยังเปลี่ยนสีกันเป็นว่าเล่นอยู่เลย นอนหลับพักผ่อนกันบ้าง อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้ากันนะลูก 555
4. สังเกตว่าส่วนมากตัวเฝ้ายิมจะเป็นธาตุน้ำ (มันหาง่ายสุดรึยังไง) แพ้ทางไฟฟ้าและพืช ดังนั้นถ้ามีโปเกมอนไฟฟ้าเจ๋งๆ ก็น่าปั้นเอาไว้ตียิมสักตัว หรือถ้าเบี้ยน้อยหอยน้อยหาไฟฟ้าไม่ได้ก็ปั้นเจ้านัสซี่ (พืช/พลังจิต) ไว้ปล่อยท่าโจมตีของพืชก็ได้ผลเหมือนกัน
5. คนที่ปล่อยธาตุพืชกับแมลงเฝ้ายิมนี่คงกะว่าโดนตีไส้แตกได้ใช้ยารักษาแน่ๆ เพราะโปเกมอนรากหญ้าพวกนกธาตุบิน (ได้เปรียบธาตุแมลง) กับธาตุแมลง (ได้เปรียบธาตุพืช) มีให้จับกันว่อนไปหมด
6. สำหรับเทรนเนอร์รากหญ้าอย่างเราๆ การตีอีหมีคาบิกอน (ธาตุธรรมดา-แพ้ทางธาตุต่อสู้) ให้ได้ผล ถ้าหาโปเกมอนธาตุต่อสู้ไม่ได้ก็อาจจะปั้นอีด้วงไครอส (หรือที่รู้จักกันในนาม 'ท่านพิณ' Pinsir!) มาตีแทน เพราะเข้าใจว่าบางตัวจะมีท่าไม้ตายเป็นท่าของธาตุต่อสู้ซึ่งธาตุธรรมดาแพ้ทาง (ถ้ามี HP มากพอที่อีหมีสวนมาแล้วจะไม่ตายไปก่อนนะ 555) หรืออีโวเจ้าเนียวโรโซ (Poliwhirl) ให้เป็นเนียวโรบอน (Poliwrath ธาตุน้ำ/ต่อสู้) ก็น่าสน อันนี้ยังไม่ได้ลองนะเก็บแคนดี้ยังไม่ครบ 555
7. เจ้าเกียราดอสเป็นธาตุน้ำ/บิน นะ ไม่ใช่มังกร ถึงจะหน้าตาเหมือนมังกรกว่าไคริวก็เถอะ 555 (เพียงแต่จะมีท่าโจมตีของธาตุมังกรด้วย) ดังนั้นโปเกมอนธาตุที่จะชนะเกียราดอสได้เด็ดขาดคือธาตุไฟฟ้า
8. เทรนเนอร์รากหญ้าอย่างเราคิดจะตบมังกรไคริว (ธาตุมังกร แพ้ทางธาตุมังกรด้วยกันและธาตุน้ำแข็ง) แต่ไม่มีปัญญาไปหามังกรหรือลาปุรัสมาไฝว้กะเค้า ตัวที่พอจะไปลุ้นกับเค้าได้ก็คงเป็นเกียราดอสกับเจ้านกพีจ็อตร่างสาม (Pidgeot) ที่มีท่าโจมตีของธาตุมังกร อันนี้เคยลองแล้ว Effective เลือดเค้าลดเยอะเหมือนกันแต่โดนสวนทีเดียวจอด 555
9. พอดีเราเป็นเทรนเนอร์เจนแรกอะ อีธาตุ Fairy ที่เค้าว่าเกิดมาเพื่อฆ่ามังกรนี่มันตัวไหนกันแนะนำหน่อยสิ เกิดไม่ทัน
10. ตอนเขียนๆ นี่ก็จะเที่ยงคืนแล้ว ยิมแถวบ้านพี่ยังเปลี่ยนสีกันเป็นว่าเล่นอยู่เลย นอนหลับพักผ่อนกันบ้าง อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้ากันนะลูก 555
วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559
ถึงครูจิ๋ว
ว่ากันว่าเหตุผลที่คนเราจะทำงานอยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ มีอยู่ไม่กี่ข้อ เช่น รักงานที่ทำอย่างยิ่ง หรือไม่ก็มี 'บอส' หรือผู้บังคับบัญชาที่เปี่ยมความสามารถน่าเคารพนับถือ ชวนให้เชื่อว่า "ถ้าเราได้ทำงานกับเค้า เราจะต้องเก่งขึ้นแน่ ๆ เลย" สำหรับผมในช่วงนี้ เหตุผลหลัก ๆ น่าจะเป็นข้อหลังนี่เอง
สมัยเป็นนักศึกษา ผมไม่เคยรู้จักผู้ช่วยศาสตราจารย์ดุษฎีพร ชำนิโรคศานต์ ทั้งจากการเรียนในห้องเรียนหรือการอ่านตำรา เพราะตำราที่ครูเขียนเน้นหนักไปทางสายภาษาซึ่งเป็นคนละสายกับที่ผมเรียนมา ผมจึงไม่เคยรู้ว่าความเป็น 'มาสเตอร์' ทางภาษาของครูนั้นอยู่ขั้นไหน
กระทั่งความประทับใจแรกเกิดขึ้นในช่วงแรกของการทำงาน จะด้วยความที่พ่วงยี่ห้อว่า 'เคย' เป็นนักเขียนหรืออย่างไรไม่ทราบ ผมได้รับมอบหมายให้ร่างคำนำหนังสือรวมเล่มผลงานนิสิตในค่ายภาษาไทยของสถาบันฯ จำได้ว่าตอนนั้นตั้งใจเขียนสุด ๆ ทำนองว่างานชิ้นแรกต้องให้บอสประทับใจหน่อย (แฮ่ม!) แต่สุดท้ายผลกลับออกมาว่าคำนำชิ้นนั้นเป็นงานที่ถูกตรวจแก้ยับเยินที่สุดงานหนึ่งนับตั้งแต่เคยเขียนหนังสือมา (ฮา)
เหตุการณ์ในวันนั้นให้บทเรียนแก่ผมสองเรื่อง เรื่องแรกคือ ประสบการณ์ (หัด) เขียนหนังสือเกือบสิบปีแทบไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าครูผู้เป็นนายของภาษาอย่างแท้จริง และเรื่องที่สองคือ ภาษาไทยเป็นภาษาที่โคตรจะมีเหตุผล ทุกคำ ทุกวลี ทุกคำเชื่อม ล้วนแต่มีหน้าที่และเหตุผลในการมาเกาะเกี่ยวกันกลายเป็นแต่ละประโยค บทเรียนข้อหลังเป็นสิ่งที่ผมพยายามจะเน้นย้ำเสมอเมื่อตรวจงานนิสิตหรือตรวจแก้ไขงานของตัวเองก่อนจะส่งให้ครูตรวจทาน (ซึ่งสุดท้ายก็จะถูกตรวจแก้ยับเยินเสมอ ๆ -ฮา)
วันภาษาไทยแห่งชาติในสัปดาห์ที่ผ่านมา ครูดุษฎีพรได้รับการยกย่องให้เป็น "ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย" และพลอยให้สถาบันฯ ได้รับเกียรติเป็น "องค์กรที่มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย" ไปด้วย ผมในฐานะผู้มีฉันทาคติอันเกิดจากการได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของครูมาเกือบสองปีเห็นว่าไม่มีรางวัลใดที่จะเหมาะสมกับครูมากไปกว่านี้แล้ว ขอร่วมแสดงความยินดีกับครูนะครับ และหวังว่าจะได้อยู่ใต้บังคับบัญชาครูไปนาน ๆ เพื่อที่จะได้ 'ลักจำ' วิชาจากครูให้มากที่สุดครับ!
วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559
ภาพความประทับใจ
ภาพเวลาเธอยิ้มตอบ ภาพเวลาที่เธอจดจ่อกับหนังสือตรงหน้า
ภาพที่เธอมองย้อนกลับมาแล้วมีแสงแฟร์ตกเป็นแบ็คกราวด์ตอนที่เราเดินตามหลัง
ภาพที่เธอซ่อนยิ้มไว้ในเงาภาพซิลลูเอตต์ ภาพที่เธอหัวเราะท่ามกลางแสงช่วง
Magic hour ฯลฯ จะว่าไปเรามีภาพโมเมนต์ทำนองนี้เก็บไว้ในความทรงจำเต็มไปหมด
หากความรักวัดกันที่ภาพความประทับใจที่มีต่อใครคนหนึ่ง เราว่าเราก็รักเธอไม่น้อยกว่าใครเลยนะ
หากความรักวัดกันที่ภาพความประทับใจที่มีต่อใครคนหนึ่ง เราว่าเราก็รักเธอไม่น้อยกว่าใครเลยนะ
วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559
10 เรื่องเมืองคุนหมิง
1. ถ้านึกภาพบรรยากาศบนเครื่องบินจีนไม่ออก ให้นึกภาพฉิ่งฉาบทัวร์เวอร์ชั่นเยาวราช คนผุดลุกผุดนั่งวุ่นวายราวกับไม่ได้อยู่บนท้องฟ้าแม้แต่ตอนเครื่องจะลงจอด
2. ขอโทษจริง ๆ นะครับ ถึงผมจะลิ้นจระเข้ขนาดไหน แต่อาหารบนเครื่องบินจีนแหลกม่ายล่ายเจง ๆ
3. อะไรคือเห็ด น่องไก่ เนื้อปรุงรส ฯลฯ ซีลสุญญากาศขายแบบไม่แช่เย็น คือแบบแกะออกมากินได้เลยงี้เหรอ?
4. อากาศที่กรุงเทพฯ ปกคลุมด้วยมลพิษฉันใด อากาศที่คุนหมิงก็ห่มคลุมด้วยกลิ่นบุหรี่ฉันนั้น (ทำไมไม่เป็นกลิ่นกัญชาวะจะได้เคลิ้ม ๆ ทั้งวัน)
5. อย่างไรก็ดี อุณหภูมิที่นู่นถือว่าน่าคบหา บางช่วงเหวี่ยงขึ้นไปอยู่ที่ 30 องศา อาจารย์เค้าบอกว่าร้อนมาก เลยคุยทับไปเลยว่าแถวบ้านฉันนี่อย่างขรี้ ๆ ก็ 40 องศานะจ๊ะนาย (ควรอวดใช่ไหม?)
6. ทักษะภาษาอังกฤษไม่ว่าจะระดับ Excellent, Novice หรือ Snake ๆ Fish ๆ ล้วนไร้ความหมายเมื่อคิดจะซื้อของในตลาด ซาลาเปา Pork Pig อะไรไม่รู้จัก ต้องดันจมูกขึ้นแล้วร้องอู๊ด ๆ ถึงจะได้กินซาลาเปาไส้หมู
7. ต้องสตรองแค่ไหนถึงจะกล้ามาทำงานทำความสะอาดห้องน้ำที่จีน
8. นอกจากขุมทองเหลืองอร่ามที่มักจะพบบนคอห่านแล้ว พวกยังชอบไม่ปิดประตูห้องน้ำตอนอึอีกตะหาก ภาพตราตรึงใจที่สุดในทริปนี้คือเห็นคนนั่งขรี้ห้อยโตงเตงนี่แหละ
9. ไม่น่าเชื่อว่าภาษาไทยคือ 1 ใน 4 ภาษาบนป้ายของสถานที่ท่องเที่ยวในคุนหมิง (มีภาษาจีน อังกฤษ ไทย และเกาหลี) และเข้าใจว่าคนจีนคงคิดว่าฟ้อนต์ Tahoma คือฟ้อนต์ไทยที่สวยที่สุดจริง ๆ นั่นแหละมั้ง
10. กระเช้าขึ้นภูเขาดังในภาพ ทำให้ได้เรียนรู้รูปธรรมของคำว่า "แขวนชีวิตอยู่บนเส้นด้าย"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






